The Last of Us Part II ถือเป็นหนึ่งในเกมฟอร์มยักษ์ระดับ AAA ที่หลายคนรอคอยมากที่สุดในปีนี้ เพราะผลงานของภาคแรกนั้นทำไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่มีความเข้มข้น พล็อตเรื่องชวนติดตาม และความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของการเอาตัวรอด ทั้งในแง่ของการต่อสู้ และการทำอุปกรณ์ รวมถึงบรรดาอาวุธที่ใช้ในการต่อสู้เพื่อจัดการกับศัตรูหลากหลายรูปแบบ เกมส์ เราจะพาคุณผู้อ่านไปดูพร้อมๆ กันว่าทำไมเราถึงให้คะแนนเต็มสิบไม่หักแบบนี้ค่ะ

รีวิวเกมส์

1. Gameplay – รูปแบบการเล่นเกม The Last of Us Part 2

เกมเพลย์ในภาคนี้ยังคงรูปแบบการ Stealth แบบภาคเก่า และการเปิดฉากรบแบบดุเดือดไว้ได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่มีเพิ่มเข้ามาให้เห็นชัดขึ้นคือรูปแบบความ “ดิบ” ของตัวละคร เกมส์ แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของโลกที่ทุกคนต้องต่างคนต่างเอาตัวรอด ไม่ใช่แค่เพียงการทำให้หมดทางสู้ แต่ต้องเลือกที่จะฆ่าทิ้งเพื่อความปลอดภัยไม่ให้ถูกย้อนมาทำร้ายในภายหลัง

รูปแบบการต่อสู้ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในภาคนี้คือการทำให้ศัตรูสองรูปแบบตีกันเอง นั่นก็คือบรรดาผู้ติดเชื้อและศัตรูที่เป็นคน ในเทรลเลอร์ของ State of Play ที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้าจะบอกไว้อย่างชัดเจนเลยว่า เราสามารถเลือกวิธีนี้ในการต่อสู้ได้ แถมยังมีประสิทธิภาพเอามากๆ เลยด้วย ดังนั้นแล้วถ้าสบโอกาสเมื่อไหร่ อย่าลืมปาของที่อยู่ในมือเข้าดงศัตรูแล้วทำให้พวกมันตีกันเอง ประหยัดแรงไปได้เยอะ

ส่วนการต่อสู้แบบดั้งเดิมก็ไม่หนีไปไหน การใช้ “โหมดการได้ยิน” เพื่อจับทิศทางและจำนวนศัตรูที่อยู่บริเวณรอบๆ ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นลำดับต้นๆ เสมอในเวลาที่เราไม่แน่ใจว่าห้องที่กำลังจะเข้าไปมีใครหรือตัวอะไรดักซุ่มรออยู่หรือเปล่า อีกทั้งยังทำให้เราสามารถวางแผนกำจัดศัตรูได้ง่ายขึ้นเยอะเวลาที่พวกมันปูพรมกระจายกำลังเพื่อค้นหาเรา

การแก้ปริศนาต่างๆ อย่างเช่น รหัสตู้เซฟ หรือการทำทางใหม่ให้เกิดขึ้นเพื่อไปต่อ ยังคงมีอยู่ในภาคนี้ให้ผู้เล่นได้ขบคิดกันสักหน่อย การมีซับไทยเข้ามาช่วยเวลาที่เราต้องอ่านเบาะแสหรือบรรดากระดาษโน้ตต่างๆ ก็ช่วยให้เราสามารถไขปริศนาได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องไม่ลืมด้วยว่า ปริศนาจำพวกวันเวลาต่างๆ ยังคงใช้แพทเทิร์นตามแบบประเทศตะวันตก เพราะฉะนั้นก็ต้องไล่เรียงให้ถูกต้องตามแบบที่ว่าด้วย

ในการผจญภัยของเอลลี่ บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่า “หาทางไปต่อไม่เจอ” ในส่วนนี้ทาง Naughty Dog ก็ได้รับรู้ว่า บางทีฉากที่ถูกทำออกมาก็เนียนเกินไปเหมือนกัน ทำให้ในภาคนี้มีฟีเจอร์หนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้เพื่อการนี้โดยเฉพาะในชื่อ “Traversal Audio Cue” ซึ่งจะทำให้เวลาที่ตัวละครของเราไปอยู่ในบริเวณที่มีสิ่งของที่เก็บได้ กระจกที่สามารถทำลายได้ ขอบที่สามารถไต่ขึ้นไปได้ ช่องว่างที่สามารถเบียดตัวเข้าไปได้ ก็จะเสียงขึ้นมาบอกด้วย

ในเรื่องของผังการอัปเกรดอาวุธ ถูกปรับปรุงและออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและปรับได้ละเอียดขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการติดลำกล้อง เพิ่มแม็กกาซีนกระสุน เสริมพานท้ายเพิ่มความแม่นยำ ฯลฯ และการอัปเกรด “สกิลชีวิต” ของเอลลี่ที่ทำให้เราสามารถเล่นได้ง่ายขึ้น หลบหลีกและสู้กลับได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้นด้วย

สิ่งที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือการเซฟ ใครที่เคยเล่นภาคหนึ่งมาแล้วคงจำกันได้ดีว่า การที่จุดเซฟอัตโนมัติเริ่มเซฟไว้ที่จุดเริ่มต้นก่อนเข้าฉากปะทะ แล้วตัวเราดันแค่พลาดท่าให้ศัตรูตัวสุดท้ายหลังผ่านการต่อสู้กับตัวอื่นมาแล้วเป็นสิบๆ เกมส์ ตัว ในตอนที่โหลดเซฟกลับต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่นี่เป็นอะไรที่ทำให้ถอดใจจนถึงขั้นต้องพักการเล่นไปสักพักเลยก็มี (พูดง่ายๆ ก็คือหัวไหม้ไปละ)

แต่ดูเหมือนว่าฟีดแบคจากภาคแรกจะทำให้ผู้พัฒนาเห็นใจผู้เล่นอย่างเราๆ แล้ว เพราะการเซฟอัตโนมัติในภาคนี้ดีขึ้นมาก เช่น สมมติว่าเราต้องเข้าฉากต่อสู้อย่างต่อเนื่องถึงสองห้อง หากเราตายเพราะคลิกเกอร์ในห้องที่สอง เกมจะไม่โหลดเรากลับไปยืนที่ทางเข้าห้องแรกแล้ว แต่จะโหลดมาให้เราอยู่ในห้องที่สองเลย แถมบางฉากยังเซฟดีถึงขั้นที่เหลือเพียงคลิกเกอร์ตัวเดียวไว้ให้เลยด้วย